บทความ

FX Swap คืออะไร: วิธีการทำงาน ข้อดี-ข้อเสีย และตลาดที่เกี่ยวข้อง

FX Swap คือข้อตกลงระยะสั้นระหว่างสองฝ่าย ที่ตกลงแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งเป็นอีกสกุล แล้วแลกคืนในภายหลังด้วยอัตราที่ตกลงไว้ล่วงหน้า การทำงานแบ่งเป็นสองธุรกรรมที่เชื่อมกัน ขาแรกคือการแลกเงินด้วยอัตรา Spot ณ วันเริ่มต้น และขาที่สองคือการแลกเงินคืนด้วยอัตรา Forward ณ วันครบกำหนด ข้อดีของ FX Swap ได้แก่ ความแน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน การระดมเงินทุนข้ามสกุลเงินที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนการกู้ยืมที่อาจต่ำกว่า ความยืดหยุ่นในการกู้ยืมระยะสั้น การบริหารสภาพคล่องที่ดีขึ้น และการนำเงินสกุลที่นอนเฉยๆ มาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ส่วนความเสี่ยงที่ต้องรู้จักได้แก่ ความเสี่ยงจากคู่สัญญา ความเสี่ยงในการชำระเงิน ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังหลงเหลืออยู่ และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม FX Swap ถูกใช้งานหลักๆ โดยธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจ ธนาคารกลาง บริษัทข้ามชาติ และนักลงทุนสถาบัน ผู้เล่นเหล่านี้ใช้ FX Swap เพื่อบริหารความต้องการเงินทุนระยะสั้นและจัดการความเสี่ยงด้านสกุลเงิน ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน

FX Swap คืออะไร?

FX Swap หรือที่รู้จักกันในชื่อ Foreign Exchange Swap คือข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งเป็นอีกสกุลในอัตราที่ตกลงกันไว้ แล้วแลกคืนในภายหลัง

FX Swap ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในระบบการเงินโลกโดยธนาคาร บริษัทต่างๆ และธนาคารกลาง เพื่อบริหารสภาพคล่องระยะสั้นและความเสี่ยงด้านสกุลเงิน FX Swap ไม่ได้มีเป้าหมายในการทำกำไรจากทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน แต่มีหน้าที่หลักคือบริหารเงินทุนระหว่างสองสกุลเงินในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจสั้นแค่ข้ามคืนหรือยาวนานหลายเดือน

FX Swap ทำงานอย่างไร?

FX Swap ทำงานผ่านสองธุรกรรมที่เชื่อมกัน คือขาแรกที่ใช้อัตรา Spot ณ วันเริ่มต้น และขาที่สองที่ใช้อัตรา Forward ณ วันครบกำหนด

ในขาแรก ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนสกุลเงินกันด้วยอัตรา Spot ในปัจจุบัน โดยปกติจะชำระเงินภายใน T+2 สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ ฝ่ายหนึ่งจะซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายอีกสกุลพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

ในขาที่สอง ซึ่งตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นแต่จะชำระในภายหลัง ธุรกรรมจะถูกทำย้อนกลับ เมื่อถึงวันครบกำหนด สกุลเงินเดิมจะถูกแลกคืนกันด้วยอัตรา Forward ที่ตกลงไว้ล่วงหน้า

อัตรา Forward ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่คำนวณจากหลักการ Interest Rate Parity ซึ่งปรับอัตรา Spot ตามส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินตลอดช่วงเวลาของ Swap

สูตรการคำนวณคือ

Forward Rate = Spot Rate × [(1 + r_d × T) / (1 + r_f × T)]

โดยที่ r_d คืออัตราดอกเบี้ยในประเทศ r_f คืออัตราดอกเบี้ยต่างประเทศ และ T คือระยะเวลาจนถึงวันครบกำหนดในหน่วยปี

สูตรนี้ทำให้อัตรา Forward สะท้อนต้นทุนการกู้ยืมสกุลเงินหนึ่งและการให้กู้ยืมอีกสกุลในช่วงเวลานั้น เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งสองถูกล็อกไว้ตั้งแต่เริ่มต้น FX Swap จึงขจัดความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยนออกไป ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนต้นทุนการระดมเงินทุน ไม่ใช่การเดิมพันทิศทางค่าเงิน

FX Swap มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับระยะเวลาการชำระเงิน ได้แก่ Spot–Forward Swap, Forward–Forward Swap และโครงสร้างระยะสั้นมาก เช่น Overnight Swap


FX Swap มีกี่ประเภท?

FX Swap มี 3 ประเภทหลักตามระยะเวลาการชำระเงิน ได้แก่ 

  1. Spot–Forward Swap

  2. Forward–Forward Swap

  3. Short-dated Swap

Spot–Forward Swap คือประเภทที่พบบ่อยที่สุด โดยแลกเปลี่ยนสกุลเงินด้วยอัตรา Spot ในวันเริ่มต้น แล้วแลกคืนด้วยอัตรา Forward ในวันครบกำหนดในอนาคต

Forward–Forward Swap เริ่มต้นในวันที่อยู่ในอนาคตแทนที่จะเป็น Spot และแลกคืนในวัน Forward ที่ถัดออกไปอีก โดยไม่มีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินทันที

Short-dated FX Swap คือ Swap ระยะสั้นมาก ใช้หลักๆ เพื่อบริหารสภาพคล่องรายวันและจัดการสถานะ

Short-dated Swap มี 4 โครงสร้างมาตรฐาน ได้แก่

  • Overnight Swap (O/N) เปิดสัญญาในวัน Spot และแลกคืนในวันทำการถัดไป

  • Tom-Next Swap (T/N) เริ่มต้นในวันพรุ่งนี้และแลกคืนในวันทำการถัดจากนั้น

  • Spot-Next Swap (S/N) เริ่มต้นในวัน Spot มาตรฐานและแลกคืนในวันถัดไป

  • Spot-Week Swap (S/W) เริ่มต้นในวัน Spot และแลกคืนหนึ่งสัปดาห์ต่อมา


ตัวอย่างจริงของ FX Swap

สมมติว่า Party A คือบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ต้องการเงินเยน (JPY) และ Party B คือธนาคารญี่ปุ่นที่ต้องการเงินดอลลาร์ (USD) ทั้งสองฝ่ายทำ FX Swap วันนี้โดยมีอายุสัญญา 3 เดือน ตกลงแลกเงิน 10,000,000 USD หรือเท่ากับ 1,100,000,000 JPY ที่อัตรา Spot 110 JPY/USD และตกลงอัตรา Forward ไว้ที่ 112 JPY/USD ตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน

วันนี้ Party A ได้รับ 1,100,000,000 JPY และส่งมอบ 10,000,000 USD ให้ Party B อีก 3 เดือนต่อมา Party A คืน 1,100,000,000 JPY และรับ 9,821,429 USD กลับมาจาก Party B (คำนวณจาก 1,100,000,000 ÷ 112) ถือเป็นการสิ้นสุดสัญญา FX Swap

ส่วนต่างระหว่างอัตรา Spot และ Forward สะท้อนต้นทุนการระดมเงินทุนระหว่างสองสกุลเงิน ไม่มีฝ่ายใดเก็งกำไรทิศทางค่าเงิน แต่ละฝ่ายเพียงได้รับสกุลเงินที่ต้องการชั่วคราว และตกลงต้นทุนในการแลกคืนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้น


FX Swap กับ Foreign Currency Swap ต่างกันอย่างไร?

FX Swap และ Foreign Currency Swap ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

Foreign Currency Swap หรือที่รู้จักในชื่อ Cross-Currency Swap คือข้อตกลงระยะยาวที่สองฝ่ายแลกเปลี่ยนเงินต้นในสกุลเงินต่างกัน และจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ตลอดระยะเวลาหลายปี สัญญาประเภทนี้มักถูกใช้โดยบริษัทและรัฐบาลเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านหนี้ระยะยาว ในตลาดระดับมืออาชีพ Cross-Currency Swap บางครั้งถูกย่อว่า "FX Swap" ซึ่งอาจทำให้สับสนได้ แต่โครงสร้างของทั้งสองนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ข้อดีของ FX Swap มีอะไรบ้าง?

FX Swap มีข้อดีหลัก 6 ประการ ได้แก่

  1. ขจัดความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน

  2. ให้การระดมเงินทุนข้ามสกุลเงินที่มีประสิทธิภาพ

  3. อาจลดต้นทุนการกู้ยืมได้

  4. เปิดโอกาสให้กู้ยืมและให้กู้ยืมชั่วคราว

  5. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ยอดเงินสกุลที่ไม่ได้ใช้งาน

  6. สนับสนุนการบริหารสภาพคล่องระยะสั้น


1. ขจัดความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน

FX Swap ล็อกทั้งอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มต้นและอัตราในอนาคตไว้ตั้งแต่วันทำสัญญา ทำให้ขจัดความไม่แน่นอนของราคาสกุลเงินในอนาคตตลอดช่วงเวลาที่ตกลงกันไว้

2. ให้การระดมเงินทุนข้ามสกุลเงินที่มีประสิทธิภาพ

FX Swap เป็นเครื่องมือระดมเงินทุนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบการเงินโลก ธนาคารใช้ FX Swap เพื่อเข้าถึงสภาพคล่องสกุลเงินต่างประเทศโดยไม่ต้องรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนแบบเปิด ตัวอย่างเช่น ธนาคารสหรัฐฯ ใช้ FX Swap เพื่อกู้ยืมดอลลาร์สหรัฐระยะสั้นจากธนาคารอื่น

3. อาจลดต้นทุนการกู้ยืมได้

สถาบันการเงินสามารถใช้ FX Swap เพื่อระดมเงินทุนสกุลต่างประเทศในอัตราที่แข่งขันได้มากกว่าการกู้ยืมตรงในสกุลเงินนั้น

4. เปิดโอกาสให้กู้ยืมและให้กู้ยืมชั่วคราว

FX Swap ช่วยให้ฝ่ายหนึ่งสามารถกู้ยืมสกุลเงินหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ให้กู้ยืมอีกสกุลเงินหนึ่งในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับงบดุล

5. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ยอดเงินสกุลที่ไม่ได้ใช้งาน

สถาบันการเงินสามารถนำยอดเงินสกุลที่ถือไว้แต่ไม่ได้ใช้มาสร้างประสิทธิภาพด้านการระดมเงินทุน แทนที่จะปล่อยให้นอนเฉยโดยไม่เกิดประโยชน์

6. สนับสนุนการบริหารสภาพคล่องระยะสั้น

FX Swap ช่วยกระจายสภาพคล่องข้ามสกุลเงิน ซึ่งสามารถทำให้สภาวะการระดมเงินทุนในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น

ความเสี่ยงของ FX Swap มีอะไรบ้าง?

FX Swap มีความเสี่ยงหลัก 6 ประการ ได้แก่

  1. ความเสี่ยงจากคู่สัญญา

  2. ความเสี่ยงในการชำระเงิน

  3. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

  4. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย

  5. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังหลงเหลืออยู่

  6. ความเสี่ยงเชิงระบบและเสถียรภาพทางการเงิน

1. ความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk)

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจไม่สามารถส่งมอบสกุลเงินที่ตกลงไว้ได้ในวันชำระเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียทางการเงิน

2. ความเสี่ยงในการชำระเงิน (Settlement Risk)

เรียกอีกชื่อว่า Herstatt Risk เกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งส่งมอบสกุลเงินไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับสกุลเงินตรงข้ามกลับมา เนื่องจากความแตกต่างของช่วงเวลาระหว่างระบบการชำระเงินของแต่ละประเทศ

3. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจประสบปัญหาในการปิดหรือต่ออายุ Swap หากสภาพคล่องในตลาดแห้งเหือด โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดด้านการระดมเงินทุน

4. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)

การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อการกำหนดราคา Swap ใหม่และต้นทุนในการต่ออายุสถานะที่มีอยู่ โดยเฉพาะกับสถาบันที่พึ่งพาการระดมเงินทุนระยะสั้นเป็นหลัก

5. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังหลงเหลืออยู่ (Residual Exchange Rate Exposure)

แม้ FX Swap จะขจัดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตลอดช่วงอายุสัญญา แต่ความเสี่ยงด้านธุรกรรม ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านการแปลงค่า ยังคงเกิดขึ้นได้นอกช่วงเวลาที่ Swap ครอบคลุม

6. ความเสี่ยงเชิงระบบและเสถียรภาพทางการเงิน (Systemic and Financial Stability Risk)

การพึ่งพา FX Swap ในระดับใหญ่เพื่อระดมเงินทุนข้ามสกุลเงิน อาจก่อให้เกิดความท้าทายต่อเสถียรภาพทางการเงิน หากตลาดระดมเงินทุนเกิดการหยุดชะงัก

ใครใช้ FX Swap บ้าง?

ผู้ใช้งาน FX Swap หลักมี 4 กลุ่ม ได้แก่

  1. ธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจ

  2. ธนาคารกลาง

  3. บริษัทข้ามชาติ

  4. นักลงทุนสถาบันและผู้จัดการกองทุน

ธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจ

ธนาคารขนาดใหญ่เป็นผู้ใช้งาน FX Swap รายใหญ่ที่สุด โดยใช้เพื่อบริหารการระดมเงินทุนระยะสั้น เข้าถึงสภาพคล่องสกุลเงินต่างประเทศ และปรับสมดุลความเสี่ยงด้านสกุลเงิน

ธนาคารกลาง

ธนาคารกลางใช้ FX Swap เพื่อบริหารสภาพคล่องในประเทศและรักษาเสถียรภาพของตลาดระดมเงินทุน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางการเงิน

บริษัทที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ

ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และบริษัทข้ามชาติใช้ FX Swap เพื่อบริหารความต้องการสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินทางการค้าหรือการดำเนินงานในต่างประเทศ

นักลงทุนสถาบันและผู้จัดการกองทุน

กองทุนเฮดจ์ฟันด์และผู้จัดการสินทรัพย์อาจใช้ FX Swap เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านสกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในต่างประเทศหรือกลยุทธ์การระดมเงินทุน

วัตถุประสงค์หลักของ FX Swap ไม่ใช่การลงทุนระยะยาว แต่เป็นข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินในปัจจุบันและแลกคืนในภายหลังด้วยอัตราที่กำหนดไว้ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ใช้ FX Swap เพื่อการระดมเงินทุน การบริหารสภาพคล่อง หรือการป้องกันความเสี่ยงระยะสั้น ไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไร

ใครใช้ FX Swap ในประเทศไทยบ้าง?

ในประเทศไทย FX Swap ถูกใช้งานโดยสถาบันการเงินและภาคธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้ FX Swap เป็นเครื่องมือดูแลสภาพคล่องในระบบการเงินและรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนสูงหรือเกิดความตึงเครียดด้านการระดมเงินทุน

ธนาคารพาณิชย์ไทย ใช้ FX Swap เพื่อบริหารสภาพคล่องสกุลเงินต่างประเทศในงบดุล และให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการเงินตราต่างประเทศระยะสั้น

ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าไทย ที่ต้องรับหรือจ่ายเงินดอลลาร์ ยูโร หรือเยนเป็นประจำ ใช้ FX Swap เพื่อล็อกต้นทุนการแลกเงินล่วงหน้า ลดความเสี่ยงจากค่าบาทที่แกว่งตัวระหว่างรอชำระเงิน

นักเทรดรายย่อยสามารถเทรด FX Swap ได้หรือไม่?

ไม่ได้ การเทรด FX Swap ไม่เหมาะสำหรับนักเทรดรายย่อย

FX Swap เป็นเครื่องมือระดมเงินทุนระหว่างธนาคารที่ซื้อขายแบบ Over-the-Counter ระหว่างสถาบันการเงินขนาดใหญ่ โดยมีขนาดธุรกรรมขั้นต่ำสูงและต้องการคุณสมบัติด้านเครดิตระดับสถาบันที่นักเทรดรายย่อยไม่สามารถปฏิบัติตามได้ นอกจากนี้แพลตฟอร์มสำหรับนักเทรดรายย่อยยังไม่มีช่องทางเข้าถึงตลาด FX Swap โดยตรง

ทางเลือกสำหรับนักเทรดรายย่อยแทน FX Swap มีอะไรบ้าง?

ทางเลือกหลักสองอย่างที่นักเทรดรายย่อยสามารถใช้แทน FX Swap ได้คือ Forex CFD และ FX Futures เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถเทรดการเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินผ่านสัญญามาตรฐานแบบ Margin แทนที่จะต้องเข้าทำข้อตกลงระดมเงินทุนแบบกำหนดเองในตลาด Over-the-Counter

Forex CFD คืออะไร?

Forex CFD คือสัญญาสำหรับส่วนต่าง (Contract for Difference) ที่ให้นักเทรดเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาคู่สกุลเงินโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงินจริง

Forex CFD เป็นทางเลือกแทน FX Swap เพราะให้การเข้าถึงตลาดสกุลเงินอย่างสะดวกและเป็นมาตรฐานสำหรับนักเทรดรายย่อย ต่างจาก FX Swap ซึ่งเป็นข้อตกลงระดมเงินทุนระดับสถาบัน Forex CFD ถูกออกแบบมาสำหรับการเทรดเชิงรุกและการเก็งกำไรระยะสั้นโดยเฉพาะ

เทรดอย่างชาญฉลาดวันนี้

เงินทดลอง $10,000
มากกว่า 100 ตลาด
ค่าธรรมเนียมต่ำ สเปรดแคบ
Trading App
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี